รุ่งลลิดา's profileSpace ของ รุ่งลลิดาPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
December 09 ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรวันที่30 กรกฏาคม 2551 อยู่เวรบ่ายแล้วได้ประสบกับการกู้ชีพน้องชายตัวเองกับมือ แต่ความเข้าใจของผู้ร่วมทีม เลยโดนกันออกมาเพราะกลัวเราทำใจไม่ได้ ถ้าภาษาชาวบ้านที่เรียกว่า
ชายที่แสนเป็นห่วงได้สิ้นชีพ ต่อหน้าพี่สาวจริงๆ...............ซึ่งตอนนั้นเราเพิ่งกลับมาจากปฏิบัติธรรมหลักสูตรเข้มเพียงแค่วันเดียว พ่อกับแม่ มีสติดีมากกว่าเราซ่ะอีก
เดินทางมาเพื่อส่งวิญาญน้องชายซึ่งเป็นเวลาที่เราขอให้แพทย์ที่ใส่เครื่องช่วยหายใจรอพ่อกับแม่ก่อน....เราเรียกน้องชายที่ข้างหูเป็นระยะๆ คลื่นหัวใจขึ้นเป็นช่วงๆๆที่เราเรียกน้อง
ดูจากภาพจอมอร์นิเตอร์คลื่นหัวใจไฟฟ้า.....เมื่อพ่อมาถึง พ่อเองซึ่งเดินต้องใช้ไม้เท้ามาถึงแล้วเดินเข้ามาที่หน่วยงานอุบัติเหตุ...พ่อเอามือลูบใบหน้าน้องชาย ลูบลำตัวแล้วพูดที่หูน้องว่า
สุขโต สุขโต สุขโต น่ะลูก
ใบหน้าท่านนิ่งมาก แม่เองก็เอามือลูบลำตัวน้องชายแล้ว บอกว่าเป็นสุขเป็นสุขน่ะลูก ใบหน้าของทั้งสองท่านนิ่งมากจริงๆ ซึ่งเราเองก็ยังมีน้ำตาไหลออกมา แต่ไม่มีเสียง
รู้แต่ว่าถึงคราวเราต้องสูญเสียน้องชายไปจริงๆ............ขอคุณพระรัตนตรัยที่เป็นที่พึ่งที่ระลึก กุศลธรรมทั้งทาน ศิล และภาวนา ขออุทิศให้แก่น้องชาย ขอให้น้องได้มีโอกาสมา
พบพระพุทธศาสนา ได้พบกัลยาณธรรมและกัลยาณมิตร ไปสู่สุขคติภูมิ ได้มีโอกาสปฏิบัติวิปัสสนากัมฐาน จนถึงซึ่งความสิ้นทุกข์ด้วยเทอญ April 19 การงานไม่คั่งค้างอาดูรถึงเวลาสรุปงานส่งฝ่ายบริหารทีไร รู้สึกสติมันตื่นๆทุกที หาไช่สติทางปัญญาไม่หากแต่ ความฟุ้งทีเกิด งานค้างไว้เพียบ ถึงเวลาที่ต้องสะสางให้ทันเวลาซ่ะที
ฟังธรรมแง่คิดจากท่านอาจารย์ทางธรรมมาว่าจะเครียดไปกับของเล่นทำไม...ซึ่งท่านหมายถึงสิ่งสมมุตุทางโลก ก็ตามดูตามรู้ตัวเองไปแต่หน้าที่ทางบัญญัติก็ต้องไม่บกพร่อง
งานบริการก็มากเหลือเกิน แทบจะหาวันหยุดพักไม่ได้ ทำใจให้จิตอยู่ในกุศล ฟังธรรมบ้าง อ่านธรรมบ้าง สนทนาธรรมบ้างตามกาล ดึงจิตไว้มิให้ตก....
ระลึกเสมอว่าเกิดมาใช้กรรมเก่าและสร้างกรรมดี มีโอกาสก็ตัดกรรมไหม่ที่จะเกิดเท่าที่จะทำได้ มีบ้างที่สร้างกรรมไม่ดี..... ก็แผ่เมตตาไปเมื่อสติระลึกได้
ว่าเราเผลอไปอีกแล้ว สะสางงานซ่ะจะได้แล้วเสร็จเสียทีทำหน้าที่ตนเองให้พร้อม April 07 ทุกข์ที่ไหนดับที่นั่นวันนี้พอมีเวลาบ้างที่จะเขียนspace เพราะว่าไม่ทราบจะเขียนอะไรดี
เห็นเพื่อนมีความทุกข์ อยากจะบอกว่าพระพุทธองค์ทรงพระมห่กรุณาธิคุณยิ่งใหญ่นัก
อย่างหาที่เปรียบมิได้ ก็อยากจะบอกว่า ทุกข์ที่ไหนอยากให้เพื่อนกำหนดระลึกรู้
และดับที่นั่น ตอนนี้เพื่อนทุกขฺใจก็ให้ดับมันที่ใจ นะเพื่อน ด้วยใจที่เป็นห่วงและ
เราก็ระลึกรู้ว่าห่วงเพื่อนอยู่ November 23 ธรรมะจากดูจิตหนึ่งพรรษาเมื่อเราไหลไปกับกระแสน้ำ เพื่อนที่คบกันได้คุยกันได้ ก็จะเป็นคนที่อยู่ข้างๆ ที่ปลิวไปกับกระแสน้ำด้วยกัน
หากเมื่อเราหยุดที่จะไหลตามกระแส เพื่อนที่เราจะคุยด้วยคือผู้ที่หยุดอยู่ด้วยกัน
หากเมื่อเราเดินทวนกระแสขึ้นไป เพื่อนที่เราคุยด้วยคือผู้ที่เราเดินทวนไปด้วยกัน
เมื่อเราเดินขึ้นไปจนอยู่เหนือกระแสคำพูดของเราจะมีผู้ฟังได้ชัดเจนคือผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ
ผู้ที่กำลังเดินทวนมาจะเริ่มได้ยินและเข้าใจ ผู้ที่หยุดไหลก็เริ่มพอจะได้ยินและเข้าใจได้บ้าง
ส่วนผู้กำลังโดนน้ำพัดไปจะไม่มีทางฟังได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นั้นกลับเห็นการไหลไปกับน้ำเป็นเรื่องสนุกสนาน
จะไม่ฟังคำทัดทานใดๆจากผู้หยุดหรือผู้ที่พ้นแล้ว ทั้งที่สุดสายน้ำนั้นคือน้ำตกเหวนรก...............เอวัง November 22 ปฐมพุทธภาษิตคาถาได้ฟังท่านอาจารย์นิสา เชนะกุล กล่าวบทปฐมคาถาหลายครั้ง มาปฏิบัติธรรมครั้งนี้มีผู้จำได้แม่นยำมาก......เลยถือโอกาสจดและจำมาเตือนใจในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดประมาณมิได้
เมื่อเราไม่ได้พบญาณ...............ท่องเที่ยวไปในวัฏฏสงสารเป็นเอนกชาติ แสวงหาอยู่ซึ่งนายช่างปลูกเรือนคือตัณหา ผู้สร้างภพ
การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์รำไป
นี่แนะ/นายผู้สร้างเรือน บัดนี้เราพบเจ้าแล้วเจ้าจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกต่อไป โครงเรือนเราก็เผาเจ้าแล้ว ยอดเรือนเราก็ก็รื้อเสียแล้ว
จิตของเราได้ถึงแล้วซึ่งวิสังขารคืออะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไป เราได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปของตัณหาคือพระนิพพาน /......................สาธุ
October 27 มารไม่มีบารมีไม่เกิดใกล้วันไปปลีกวิเวก.......ทิ้งทุกสิ่งสมมุติที่มี.....บ้าน.ที่ทำงาน...การงาน..ตำแหน่ง..เพื่อนร่วมงาน.สัตว์เลี้ยง....งานมามากเลยทั้งทางโลก..ทางธรรม<สอบปิดการเรียนอภิธรรม>...หวั่นใจจะเสร็จทันไหมนี่หนอ...ไม่อยากคิดอะไรมาก........ทำใจให้โล่ง...เดี๋ยวมันก็ผ่านไปด้วยดีเอง สติรู้ว่าง่วงและเพลีย สังขารเป็นเช่นนี้แล ทำไปเท่าที่สติปัญญาทำได้.......เวรก็ถี่เหลือเกิน..ไม่ค่อยมีเวลา ภาวนาขอให้แล้วเสร็จทัน..จะได้ไม่มีห่วงมีกังวลก่อนไป ได้แต่เตือนสติตัวเองว่าทำหน้าที่ให้สมบูรณื..ถ้าไม่ทันจะทำอย่างไรต่อไป...ทิ้งไปก่อน
กลับมาแล้วค่อยว่ากันไหม่ ถึงอย่างไรก็ต้องไปให้ได้ ชีวิตนี้สั้นนักไผ่หาอริยทรัพย์ให้กับตนเองไว้ก่อนดีกว่า October 11 ธรรมะโดนใจ-เรื่องของใจ-ไม่เมื่อยใจบ้างหรือยึดถือใจ/
ตั้งแต่เกิดจนตายใจทั้งนั้น/
รู้ก็รู้เรื่องใจก็ตายกัน/
แต่ไม่เห็นใจนั้นมันไม่มี/
จะต้องทำอะไรกับใจเล่า/
จะจะเฝ้าจะดูอยู่อย่างนี้/
ประเดี๋ยวมีเดี๋ยวหายไปไม่มี/
เพราะว่าสิ่งสิ่งนี้มีไม่จริง
ขออนุโมทนาในกุศลจิตท่านอาจารย์มาโพสต์ให้อ่านก่อนหน้าที่จะถามปัญหาทางธรรมอาจารย์พระวีระ สีลโชโต
*อยู่กับสิ่งสมมุติทุกวีนวี่ * งานหน้าที่ทางโลกหน้กมามากมี *เฝ้าจะพักดูใจให้นั้นให้ดี *ว่างานนี้มันไม่จริงทุกสิ่งเลย*
October 06 รู้สึกไม่ค่อยสบาย แปลกไม่เคยเป็นมาก่อนไปปฏิบัติธรรมมา2วันครึ่ง พักวัด เลือกนอนใกล้พระพุทธรูป แยกตัวออกมาอธิษฐานปิดวาจา เพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้มาไหม่ ส่วนใหญ่ เขาจะคุยกัน น้องทางธรรม<น้องอี๊ด> เขาจะรักและศรัทธาเรามาก เจอทุกครั้งเขาจะเข้ามาไหว้แล้วเข้ามากอดเราทุกครั้ง เราก็จะไหว้และกอดตอบด้วยจิตที่ไฝ่ในธรรมเหมือนกัน.....เขามาเตือนว่าอย่านอนด้านหน้าของพระพุทธรูปเพราะเทวดาท่านจะลงมากราบพระตอนดึก......ก็เฃื่อฟังน้อง พี่ที่ทำงานมาชวนไปนอนด้วยแต่ก็ปฏิเสธท่านไป บอกท่านว่ารุ่งจะดูเทวดามากราบพระ ปฏิบัติแล้วก็หลับกับสติและตื่นตรงเวลาดี ใจตามรู้ที่จะทำอะไรก็ตาม แต่วันนี้แปลกทำไมรู้สึกว่าครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนไม่สบายเลย น้องอี๊ด โทรมาคุยก็เล่าให้น้องฟัง สังขารพี่ไม่ค่อยดีเลย...แปลกใจพี่รุ่งไม่เคยป่วยมาก่อน กลับมาบ้านก็โทรบอกกับ พ่อและแม่ว่าลูกกลับมาแล้วให้ท่านได้อนุโมทนาในกุศลผลบุญลูก และพี่สาวแล้วสอบถามพี่สาวว่าเทวดาท่านลงโทษรุ่งเปล่าแต่พี่สาวท่านบอกว่าไม่น่ะ ท่านไม่ทำร้ายมนุษย์ ส่วนน้องอี๊ดบอกว่าให้พี่รุ่งกล่าวขอขมาท่านเทวดา อ้าวว่าไงก็ว่าตามนั้น ขอขมาก็ขอขมา คิดไปโน่นโทษโน่นโทษนี่ ธรรมดาแท้แท้สังขารไม่เที่ยงหนอ ขนาดนี้เรายังเวทนานิดหน่อยแล้วทนไม่ได้เลย ใจคิดไปได้ แล้วคนที่เขาป่วยหนักคงเวทนาไม่น้อย เขาคงน่าสงสารมากเลย ขนาดเราฝึกจิตประจำยังทนไม่ค่อยได้ แล้วคนที่ไม่เคยฝึกจิตจะป็นเช่นไรหนอ ในที่สุด ใจคิดได้ว่าป่วยดูบ้างก็ดี........จะได้ฝึกจิตตัวเองไปด้วย จะได้ปลงสังขารไปในตัว September 27 วันนี้เหนื่อยมากแต่เหนื่อยกายไม่เหนื่อยใจวันที่26 เป็นวันธรรมสวณะ..วันนี้เวรcall ดึก ตั้งใจไปทำบุญที่วัดฟังธรรม แต่ในขณะที่กำลังเตรียมอาหารใส่จานเพื่อถวายพระ......ก็มีโทรศัพท์ตามไปขึ้นเวร....ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ใส่บาตรแล้วก็รีบแต่งกายไปทำงาน วันนี้ยุ่งพอสมควร สติตามรู้ทันมั่งไม่ทันมั่ง....พอลงเวรเช้าก็ไปแอโรบิคที่สนามหน้าโรงพยาบาล...ได้ประมาณ 1 ช.มได้ก็เห็นเพื่อนร่วมงานมากวักมือเรียกที่ลานแอโรบิค...บอกว่าเวร EMS ที่หน่วยงานอุบัตเหตุ .....ตกใจ มากคิดว่าลืมเวรหรือไรกันนี่.. แต่ก็รีบกลับบ้านอาบน้ำแต่งตัวไปอีกรอบ....คนไข้อาการหนักทั้งเวรทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็ก...ก็ส่งผู้ป่วยเข้าหน่วยงานต่างต่างจนหมด ตามหน้าที่.แถมท้ายก่อนลงเวรก็มีผู้ป่วยตกเลือดอาการน่าเป็นห่วง..แต่ก็ดูแลจนส่งเข้าหน่วยงาน....รู้สึกตัวว่าเหนื่อยมาก..แต่ก็คิดว่าวันนี้วันพระ..ทำกุศลไป..แตอีกใจก็คิดว่าทำไมเราต้องเบียดเบียนสังขารตนเองเช่นนี้...<.จิตอกุศลเริ่มเกิด.>..เดินไปก็เพียรดูกายในกาย..กายเรา-กายคนอื่นสลับกันไป...ใช้สังขารทำประโยชน์ให้สังคมก็ดีเหมือนกันไม่เสียชาติเกิด.....เห็นคนไข้ก็ มองเห็นสัจจธรรมของชีวิต...ดูหน้งดูละครก็ให้ย้อนดูตัว..เรา-เขาก็ไม่มีความต่าง เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตาย..ใดใดในโลกล้วนอนิจจังAugust 31 โลกธรรม8............ก็ให้พิจารณาไว้
August 25 หัวข้อการพูดคุย Dhamma
ข้อความ Dhamma |
|
|